วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

อินเตอร์เน็ต (Internet)

อินเตอร์เน็ต (Internet)
     อินเตอร์เน็ต เป็นคำย่อของคำว่า (interconnected networks) อินเตอร์เน็ตเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดทั่วโลก ประกอบไปด้วยเครือข่ายระหว่างประเทศ เครือข่ายภายในประเทศ และเครือข่ายส่วนภูมิภาค เครือข่ายทั้งหมดของอินเตอร์เน็ต สามารถเข้าถึงได้โดย URL การบริการที่เป็นที่รู้จักของอินเตอร์เน็ต ได้แก่ e-mail , chat , แฟ้มเก็บเอกสารสาธารณะ (FTP) และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง WWW อินเตอร์เน็ตนั้นเชื่อมต่อกับ usenet ซึ่งใช้ประโยชน์ในกลุ่มของผู้สนทนา
    อินเตอร์เน็ต เป็นระบบเครือข่าย ที่เชื่อมโยงเครือข่ายมากมายทั่วโลกเข้าด้วยกัน อินเตอร์เน็ตจึงเป็นแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีข้อมูลในทุก ๆ ด้านให้ผู้ที่สนใจเข้าไปศึกษาค้นคว้า ได้สะดวก รวดเร็วและ ง่ายดาย    การที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถูกเชื่อมโยงไว้ในระบบ จะสามารติดต่อกันได้นั้น ต้องมีภาษาสื่อสาร ที่เรียกว่า โปรโตคอล (Protocol)  ภาษาสื่อสารในคอมพิวเตอร์มีอยู่มากมายแตกต่างกันตามระบบที่ใช้ ซึ่งคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่อยู่ในระบบต้องใช้ภาษาสื่อสารเดียวกัน
ในระบบอินเตอร์เน็ตจะใช้ภาษาสื่อสารเดียวกันซึ่งถือว่าเป็นภาษามาตราฐานที่ชื่อว่า TCP/IP ซึ่งย่อมาจาก ( Transmission Control Protocol/Internet Protocol) ซึ่งเป็นภาษาหลักที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องสามารถติดต่อถึงกันได้

การประเมินระดับความรู้สึกตัว (Glascow Coma Scale : EMV)

การประเมินระดับความรู้สึกตัว (Glascow Coma Scale : EMV)
      E = eye opening
            E1 = ไม่ลืมตาเลย
                   E2 =  ลืมตาเมื่อเจ็บ
                   E3 =  ลืมตาเมื่อเรียก
                   E4 =  ลืมตาเอง
                   Ec =  ตาบวมปิด (closed , contusion)

      M = motor response (สำคัญที่สุด) ***
             M1 = ไม่ขยับเลย
                    M2 = Decerebration
             M3 =  Decortication
             M4 =  response to pain (ขยับเมื่อเจ็บ)
             M5 =  localized to pain  (เอามือปัดตำแหน่งเจ็บได้)
             M6 =  obey to command (ทำตามคำสั่งได้)
     
      V = verbal response
             V1 = ไม่ออกเสียง
                    V2 = ออกเสียงไม่เป็นภาษาไม่มีความหมาย
                    V3 = ออกเสียงเป็นภาษาเป็นคำๆมีความหมาย
                    V4 = ออกเสียงเป็นประโยคแต่สับสน
                    V5 = พูดคุยได้ตามปกติ

*** การประเมิน GCS ต้องทำหลังจาก resuscitate แล้วเท่านั้น (post-resuscitation GCS) จึงจะเป็น         คะแนนที่ถูกต้องและถือเป็น standard

ภาวะที่ทำให้ประเมิน  GCS ผิด
1.      Hypotension (shock) ***
2.      Hypothermia
3.      Hypoxemia
4.      Drunken (blood alcohol >100 mg%)
5.      Under sedation

การประเมินความรุนแรงของการบาดเจ็บที่ศีรษะ
     ต้องทำตั้งแต่ระยะแรกก่อนที่จะมีภาวะแทรกซ้อนจากการบาดเจ็บ โดยใช้แบบประเมินความรู้สึกตัวของกลาสโกล ( Glasgow coma scale )     1. การบาดเจ็บที่ศีรษะเล็กน้อย ( mild head injury )13-15 คะแนน ผู้ป่วยรู้สึกตัวดี ลืมตาได้เอง ทำตามสั่งและตอบคำถามได้ถูกต้องทันที หรือใช้เวลาเล็กน้อย หรือสับสนเป็นบางครั้ง
     2.
การบาดเจ็บที่ศีรษะปานกลาง ( moderate head injury) 9-12 คะแนน ความรู้สึกตัวลดลงและสับสน ตื่นเมื่อถูกปลุกหรือได้รับความเจ็บปวด ทำตามสั่งหรือตอบคำถามง่ายๆได้ ใช้เวลานานกว่าปกติ ในรายที่ความรู้สึกตัวลดลงมาก อาจเพียงเคลื่อนไหวหรือส่งเสียงไม่เป็นคำพูด
     3.
การบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรง ( severe head injury) 3-9 คะแนน รู้สึกตัวน้อยมาก ไม่สามารถทำตามสั่งใดๆ ทั้งสิ้น อยู่ในท่าที่ไม่ปกติหรือไม่ เคลื่อนไหวเลย

วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

การทำหมูสับผัดกระเรา

หมูสับผัดกระเพรา
ส่วนผสม
  1. น้ำมันพืชสำหรับผัด 50 cc.
  2. กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
  3. พริกขี้หนูสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
  4. พริกขึ้หนูบุบ 20 กรัม
  5. เนื้อหมูสับ 200 กรัม
  6. ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
  7. ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
  8. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  9. น้ำซุปไก่ 2 ช้อนโต๊ะ
  10. ใบกระเพราเด็ดเป็นใบ 10 กรัม
  11. ข้าวสวยกด
  12. ไข่เป็ดดาวจนสุก 1 ฟอง
วิธีทำ
  1. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ ตั้งไฟพอร้อน ใส่กระเทียมกับพริกขึ้หนูผัดจนมีกลิ่นหอม
  2. ใส่เนื้อหมูลงผัดจนสุกเหลือง พริกขี้หนูบุบ ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ซอสปรุงรส น้ำตาลทราย และน้ำซุปไก่
  3. ผัดจนเข้ากัน ใส่ใบกระเพรา ผัดจนกระทั่งสุก ตักราดบนข้าวสวย รับประทานคู่กับไข่ดาว

 

เทคนิคการถ่ายภาพ

 เทคนิคง่ายสุด ๆ มุมมองที่ดีทำให้รูปคุณสวยขึ้น
      ภาพทั้ง 3 ภาพด้านล่างนี้ถ่าย ที่สถานที่เดียวกัน เวลา ใกล้เคียงกัน แต่มุมมองต่างกัน
 ก่อนถ่ายภาพทุกครั้ง ถ้าเรานึกมุมมองก่อน เราจะได้ภาพที่ดีขึ้น ในตัวอย่างที่ 1 นี้
 มุมมอง ให้ความสำคัญที่ ฉากหลัก ดูตัวอย่างพร้อมคำอธิบายประกอบ นะครับ

                      
       ภาพที่ 1 เห็นว่าฉากหลังไม่สวย คือ กดชัตเตอร์ ลงไปเลย โดยไม่ได้คำนึกถึงภาพ
 ที่ออกมา ผลก็คือ ฉากหลังดูรก รุงรัง ดูแล้วขัดตาต่างจาก 2 ภาพด้านล่าง

                      
       ภาพที่ 2 ภาพนี้ถ่ายโดยย่อตัวลงมาต่ำกว่าภาพที่ 1 เลือกฉากหลักที่เป็นกำแพงขาว ๆ
 แทนที่จะรกเหมือนภาพแรก ก็ทำให้ภาพดูดีขี้น โดดเด่น คือสิงโต และ ดอกบัวเด่นขึ้น


                      
       ภาพที่ 3 ภาพนี้ต่างกัน คือเข้าไปใกล้ สิงโตให้มากที่สุด และ มองจากมุมสูงลงมา
 เลือกฉากหลังที่เป็น สระน้ำมีใบบัวอยู่ด้วย เพื่อรับกับ ดอกบัวที่บูชาอยู่หน้าสิงโต
 บนใบบัวก็ยังมีหยดน้ำอยู่อีก ภาพที่ให้ความรู้สึกที่ดีกว่า 2 ภาพแรกใช่ไหมครับ แต่ถ้าคุณ
 ชอบเห็นสิงโตชัด ๆ ก็เลือกแบบภาพที่ 2 จะดีกว่าครับ


  สรุป เราได้อะไรจากบทนี้
        1. ก่อน กดชัตเตอร์ ลองมองดูฉากหลักของรูปด้วย เพื่อจะได้ภาพที่ดีขึ้น
        2.
มุมมองที่ต่างไป คือ ก้ม เงย เอียง ล้วนมีผลทำให้ได้ภาพที่ต่างไป ก่อนถ่ายรูป
           ลอง ก้ม หรือ เงย ดู บ้างอาจได้มุมมองที่ น่ารัก น่าสนใจ ขึ้นนะครับ